การยิงแอดไม่ควรเริ่มต้นจากการเลือกช่องทางที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ แต่ควรเริ่มจากการเข้าใจกลุ่มลูกค้าเสียก่อนว่ามีกี่กลุ่ม เป็นใคร มีพฤติกรรมอย่างไร เสพคอนเทนต์ช่องทางไหน และชอบเสพคอนเทนต์แบบไหน
นอกจากนี้ยังต้องกลับมาดู Brand ของตัวเองด้วย ว่าถ้าจะไปช่องทางนั้นๆ แล้ว มีอะไรที่อาจจะไม่เข้ากับ Brand Personality หรือเปล่า หรือถ้าจะเข้าไปเล่นในช่องทางนั้นจริงๆ จะนำเสนอแบบไหนให้ไม่หลุด Concept ของแบรนด์
ช่องทางการยิงแอดที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย
ช่องทางการยิงแอดที่ได้รับความนิยมหลักๆ ก็จะมี Google Ads (รวม SEM, GDN และ YouTube Ads), Meta Ads (รวมทั้ง Facebook และ Instagram), TikTok Ads, LinkedIn Ads และ Line Ads Platform
ซึ่งการยิงแอดให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด เราแนะนำให้ทำความเข้าใจแต่ละช่องทางก่อนว่าผู้ใช้แพลตฟอร์มนั้นๆ คือใคร ทำไมถึงใช้ เราไม่แนะนำให้เลือกโดยการเหมารวมทุกช่องทาง แล้วหารงบโฆษณาไปเท่าๆ กันในแต่ละช่องทาง เพราะเวลายิงแอดจริงๆ แต่ละช่องทางอาจมีต้นทุนไม่เท่ากัน และอาจเก่งในแต่ละส่วนของ Funnel ต่างกันไป ควรมองเป็นกลยุทธ์และ Flow ของการยิงแอดเป็นภาพรวมก่อน แล้วเอาแต่ละช่องทางมาใช้ให้เหมาะสม
Google Ads (SEM)
ช่องทางการค้นหา เหมาะกับการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแล้ว อยู่ในช่วงการค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบและตัดสินใจ สามารถทำแคมเปญ Shopping Ads ได้สำหรับ E-commerce และ Performance Max เพื่อเพิ่มประสิทธิ์การยิงแอดบน Google
การทำให้เว็บไซต์ขึ้นหน้าแรก Google จะมีอีกแบบที่ไม่ใช่การยิงแอด แต่เรียกว่า SEO ซึ่งเป็นการทำให้ติด Google แบบ Organic สามารถลองไปดูข้อมูลเกี่ยวกับราคาการทำ SEO เพื่อเป็นไอเดียได้เลย
Google Ads (GDN)
โฆษณาแบนเนอร์ที่ไปขึ้นบนเว็บไซต์ต่างๆ เหมาะกับการสร้าง Awareness ให้เป็นที่รู้จัก และการทำ Retargeting
Google Ads (YouTube)
แอดที่ยิงจะไปแสดงโฆษณาวิดีโอบน YouTube ในรูปแบบ Skippable, Non-skippable และ Bumper เป็นต้น เหมาะกับการสร้าง Awareness โดยการสื่อสารทั้ง ภาพ และ เสียง กระตุ้นการจดจำและการรับรู้ได้ในวงกว้าง
Meta Ads (Facebook และ Instagram)
สร้างการรับรู้ได้ดี เหมาะกับการทำ Retargeting หรือ Expand กลุ่มเป้าหมาย สามารถปิดการขายได้ผ่าน Inbox หรือการสั่งซื้อบนเว็บไซต์ E-commerce ด้วยแคมเปญ CPAS และแคมเปญแบบ Advantage+ Catalog Ads
TikTok Ads
เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ผ่านคลิปสั้น โดยสามารถยิงแอดเพื่อสร้างการรับรู้ หรือยิงแอดด้วยแคมเปญ GMV Max เพื่อเพิ่มยอดขายสำหรับ E-commerce ที่มีร้านเปิดอยู่บน TikTok Shop
LinkedIn Ads
เหมาะกับธุรกิจ B2B หรือสินค้า/บริการที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนทำงาน เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร เช่น คอร์สอบรม ซอฟต์แวร์บริการองค์กร หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่อาจไม่ใช่ช่องทางหลักสำหรับสินค้าทั่วไปแบบ B2C เพราะต้นทุนต่อการเข้าถึงหรือ Lead มักสูงกว่าช่องทางอื่น
8 คำถามต้องถามตัวเองก่อนเพื่อให้การยิงแอดได้ผลลัพธ์สูงสุด
คำถามแรกที่ทุกคนมีคือยิงแอดอย่างไรให้ได้ยอดขายสูงๆ หรือยิงแอดช่องทางไหนดี ซึ่งอย่างที่ได้เกริ่นไว้แล้วว่าเราไม่ควรเริ่มจากการเลือกช่องทาง แต่อยากให้เริ่มจากการถามตัวเองก่อนเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างชัดเจน ซึ่งในบทความนี้ Pacy Media ได้ลองลิสต์มาให้ 8 คำถามตามนี้
- ขายอะไร
- ขายให้ใคร
- มีพฤติกรรมในการเสพคอนเทนต์อย่างไร
- มี Pain Point อะไรบ้าง
- ตอนนี้คนกลุ่มนี้ใช้สินค้าหรือบริการอะไรเพื่อแก้ Pain Point นี้อยู่
- เราจะไปตอบโจทย์ได้อย่างไร
- ถ้าเห็นโฆษณาแล้วจะให้คลิกไปไหน
- จะวัดผลอย่างไร
การถามและตอบให้ละเอียดทั้ง 8 คำถามนี้จะช่วยให้แบรนด์วิเคราะห์และวางแผนทั้ง 3 ส่วนไปได้พร้อมๆ กัน คือ
- ช่องทาง: ขายอะไร ขายให้ใคร มีพฤติกรรมในการเสพคอนเทนต์อย่างไร
- คอนเทนต์ การนำเสนอ: มี Pain Point อะไร ตอนนี้ใช้สินค้าอะไร เราจะไปตอบโจทย์อย่างไร
- หน้า Landing Page และ Call to Action: เห็นโฆษณาแล้วคลิกไปไหน จะวัดผลอย่างไร
นอกจากจะช่วยเรื่องการวางแผนยิงแอดแล้ว จะช่วยเป็น Guideline เพื่อไม่ให้แผนการยิงแอดออกทะเลหรือเปลี่ยนไปตามเทรนด์จนผิดแผนที่ได้ตั้งเอาไว้ด้วย ถ้าอยากรู้ว่าเอาไปใช้จริงอย่างไร มาลองดูตัวอย่างในหัวข้อต่อไปได้เลย
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนยิงแอด
วิธีเตรียมตัวก่อนยิงแอดที่เราจะแชร์ในบทความนี้มี 5 ขั้นตอน โดย 3 ขั้นตอนแรกมาจากการถามตัวเองทั้ง 8 คำถาม และอีก 2 ขั้นตอนคือการสรุปและวางแผนก่อนเริ่ม
ขออธิบายโดยการยกตัวอย่างธุรกิจรับติดตั้งผ้าม่านเพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น
1. ช่องทาง
เราขายผ้าม่านกันความร้อน ขายให้ผู้ที่อาศัยอยู่คอนโดในเมืองโดยเป็นเจ้าของห้องเอง อายุ 35 ปีขึ้นไป มีปัญหาม่านเดิมที่ติดมาจากโครงการคุณภาพต่ำและกันความร้อนได้ไม่ดี ติดตามข่าวสารผ่านทาง Facebook และดู YouTube คุ้นเคยกับการค้นหาข้อมูลบน Google และอาจเข้า LinkedIn ไปเสพคอนเทนต์ที่มีความเป็น Professional เกี่ยวกับงานของตัวเอง
แต่ LinkedIn ก็อาจจะยังไม่เหมาะกับสินค้าผ้าม่านถึงแม้กลุ่มเป้าหมายจะเข้าไปใช้งาน เพราะ Intention ของคนที่เข้าไปใน LinkedIn คือการเข้าไปดูข้อมูลที่เป็นเรื่องงาน มีความเป็น Professional มากกว่าเรื่องส่วนตัว
2. คอนเทนต์ การนำเสนอ
Pain Point ของลูกค้าคือม่านที่มากับโครงการคุณภาพยังไม่ดีพอ ยังไม่สามารถกันความร้อนได้ดี แต่ก็ไม่อยากติดฟิล์มเข้มเพราะยังอยากมองเห็นวิวข้างนอกได้ชัดเจน สินค้าของเราจะไปตอบโจทย์ได้เพราะเรามีแผ่นกันความร้อนที่หนาเป็นพิเศษ ไม่อมความร้อน โดยมีผ้าหลายสไตล์ให้เลือกได้เหมาะกับ Mood & Tone ของห้อง เพราะเราให้ความสำคัญกับทั้งด้าน Functional และ Emotional ของผู้อยู่อาศัย และยังทนทาน รับประกัน 5 ปี
3. Landing Page และ Call to Action
อยากให้ลูกค้าเข้ามาพูดคุยกันก่อนเพื่อให้ทางร้านลองส่งตัวอย่างงานและนัดไปประเมินหน้างานฟรี เนื่องจาก 80% ของลูกค้าที่ได้ไปคุยกันหน้างานมักจะปิดการขายได้ จึงยังไม่ต้องการให้สั่งซื้อเลยทันที
Call To Action หลักๆ เน้นเรื่องการพูดคุยหน้างาน ผลงานของเรา และการรับประกัน โดยควรมีภาพทีมงานเพื่อสื่อให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ
การวัดผลบนหน้าเว็บไซต์จะเป็นการคลิกปุ่มโทรและ Add Line โดยจะไปวัดผลต่อบน Line OA ว่ามีกี่คนที่ทักเข้ามาจากการคลิกลิงก์บนเว็บไซต์ ผ่านการติดตั้ง Google Tag Manager จะใช้ Pixel ในการเก็บ Event ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์
4. เอาข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลและสรุป
เมื่อได้ข้อมูลทั้ง 3 ส่วนแล้ว ทีนี้ก็เอามาสรุปรวมๆ กันก่อนที่จะเริ่มยิงแอด
- เมื่อลูกค้ามี Pain Point พฤติกรรมลูกค้าน่าจะเข้ามาค้นหาบน Google ก่อน เพื่อหา Solution ที่เข้ากับตัวเอง เราควรถูกค้นหาเจอในกลุ่ม Keyword ที่เกี่ยวกับ ม่านกันความร้อน
- เราให้บริการในกรุงเทพฯ เพราะฉนั้นเรายิงแอดโดยกำหนดพื้นที่อยู่ในกรุงเทพฯ ก็เพียงพอ
- Social Media ที่ลูกค้าเล่นเป็นหลักคือ Facebook (ตัด LinkedIn ออกก่อน)
- ลูกค้าบางส่วนอาจยังไม่ตัดสินใจเพราะยังไม่มีข้อมูลมากพอ หรือต้องการเปรียบเทียบ
- ตอนที่ลูกค้าไปเล่น Social Media เราควรยิงแอดไปโดยนำเสนอเกี่ยวกับรีวิวหน้างานที่เราได้ไปติดจริงๆ รีวิวเนื้อผ้า ถ่ายแบบเห็นเนื้อผ้าชัดๆ เพื่อให้รู้ว่าม่านของเราคุณภาพดี
- ในคอนเทนต์ควรพูดถึงเรื่องการรับประกันด้วย
- ควรเตรียมวิดีโออย่างน้อย 2 คลิปไปยิงแอดบน Facebook
- เมื่อเจอโฆษณาบน Google ให้คลิกไปบนเว็บไซต์ และกระตุ้นด้วย Call To Action ปรึกษาฟรี หรือ ประเมินหน้างานฟรี
- เมื่อเจอโฆษณาบน Social Media ให้คลิกไปที่ Inbox เพื่อสอบถามข้อมูล แล้วเซลจะส่งตัวอย่างคลิปบน YouTube และลิงก์หน้าเว็บไซต์ให้ดูเพิ่มเติม
5. เตรียมงบยิงแอด
สมมุติว่าเรามีงบโฆษณาสำหรับยิงแอดอยู่ 30,000 บาทต่อเดือน เราไม่ควรเอาช่องทาง Google, Facebook และ Instagram มา 3 ช่องทาง ให้งบช่องทางละ 10,000 บาท แต่เราควรไปหาข้อมูลก่อนว่าต้นทุนของการยิงแอดแต่ละช่องทางคิดยังไง ราคาประมาณไหน
เช่น ถ้าจะยิงแอดบน Google ก็ต้องไปลองดูก่อนว่า CPC ตอนนี้อยู่ที่คลิกละกี่บาท ถ้าเราอยากได้ประมาณ 30 คลิกต่อวัน โดย CPC อยู่ที่ 20 บาท ก็ต้องใช้งบโฆษณา 600 บาทต่อวัน หรือประมาณ 18,000 บาทต่อเดือน (ยังไม่รวมค่าบริการรับทำ Google Ads หากใช้บริการเอเจนซี่) ซึ่งเรามองว่า LinkedIn อาจยังไม่เหมาะ Facebook น่าจะเหมาะกว่า งบอีก 12,000 บาท จึงไปลงที่ Facebook
การยิงแอดเองไม่ควรคาดหวังให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจนว้าวตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่ควรคาดหวังว่ามันต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ขั้นตอนพวกนี้เรียกว่าการ Optimize ซึ่งสำคัญมากๆ ถ้าเป็นเอเจนซี่อย่าง Pacy Media เราอาจมี Data ที่เคยยิงแอดมาระดับหนึ่ง ระยะเวลาในการ Optimize อาจสั้นลง แต่หากใครที่จะยิงแอดเองก็ต้องสะสม Data ไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาเพื่อให้แคมเปญของคุณปังๆ จนหยุดไม่อยู่!
หากต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ บริการยิงแอด รับทำ SEO พัฒนาเว็บไซต์ ไปจนถึงรับทำ AI SEO ให้ตอบโจทย์ AI Search ในยุคนี้ ก็ปรึกษา Pacy Media ได้เลย
แชร์ความรู้นี้บน Social Media

