#MakeTime – สงสัยไหมว่าทำไมคุณไม่มีเวลาพัฒนาธุรกิจให้โต

#MakeTime – สงสัยไหมว่าทำไมคุณไม่มีเวลาพัฒนาธุรกิจให้โต

ถ้าคุณกำลังทำธุรกิจอยู่ โดยเฉพาะ SME คุณแทบจะต้องทำทุกอย่างในบริษัท ตั้งแต่ดูเรื่องสินค้า วัตถุดิบ การผลิต บริหารเรื่องคน การตลาด บัญชี ไปจนถึงการขาย ซึ่งการทำทุกอย่างก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เจ้าของธุรกิจได้เรียนรู้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนเราไม่ได้เก่งและถนัดไปซะทุกเรื่อง เมื่อเวลาผ่านไป มันจะทำให้เราเหนื่อยเกินตัว ส่งผลให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ

การบริการเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคุณมัวแต่ใช้เวลาไปกับกิจกรรมไม่มีประโยชน์ หรือกิจกรรมที่คุณไม่ได้เชี่ยวชาญจริงๆ จะทำให้คุณเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์กับสิ่งที่ไม่ได้เพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจเลย

ทีนี้มาลองแบ่งกิจกรรมในแต่ละวันตามความสำคัญของงานดูดีกว่า..

  1. Investment Activities (งานเกรด A) คืองานที่หากเราทุ่มเวลากับมัน ใส่ใจในคุณภาพ ธุรกิจจะสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด หรือผลลัพธ์จะออกมาเป็นกราฟ Exponential Growth
    • เช่น การวางกลยุทธ์องค์กร การวางแผนการเจาะตลาด
    • ควรใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่กับงานแบบนี้ ปิดมือถือ เลิกแชท ใช้สมาธิกับมันให้มากที่สุด
  2. Neutral Activities (งานเกรด B) คืองานที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ แต่ใช้เวลานานกับงานประเภทนี้ไม่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด
    • เช่น การเข้าประชุม การลงข้อมูลประจำวัน
    • จำเป็นต้องทำ ไม่ควรใช้เวลาเยอะจนเกินไป
  3. Optimize Activities (งานเกรด C) คืองานที่นอกจากจะใช้เวลามากๆ ก็ไม่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ยังทำให้เสียเวลาไปกับการทำอย่างอื่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจอีกด้วย
    • เช่น งานเดินเอกสารต่างๆ
    • ทำให้เร็วที่สุด อย่างเสียเวลากับงานแบบนี้มาก

เริ่มเห็นภาพหรือยังครับ.. หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจคือการใช้เวลากับ งานเกรด A ให้มากขึ้น และบริหารเวลาสำหรับ งานเกรด B ไม่ให้ใช้เวลาจนมากเกินไป ส่วนงานเกรด C ทำให้เร็วที่สุด ถ้าหากคนทำแทนได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

สำหรับงานเกรด A และ B ใช่ว่าเจ้าของธุรกิจควรจะลุยเองทั้งหมด มันก็ยังมีงานบางประเภทที่จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น การจัดหาพนักงาน งานด้านบัญชี งานด้านโฆษณาและการตลาด หากคุณรู้ว่างานนั้นเป็นงานที่ตัวเองไม่ถนัด ให้หาผู้ที่เชี่ยวชาญ หรือบริษัทที่มีประสบการณ์เข้ามาดูแลทันที โดยเอาเวลาที่เหลือมาคิดกลยุทธ์ วิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง วางแผนในการแข่งขัน แล้วโยนโจทย์ไปให้ทีมอื่นทำจะดีกว่า คุณมีหน้าที่วัดผล และ Action Plan ในขั้นตอนต่อๆ ไป แบบนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจได้ดีมาก

เริ่มปรับใช้ในการทำงาน

เมื่อไปเริ่มทำงานในแต่ละวัน ลิสต์สิ่งที่ต้องทำออกมาเลย แล้วใส่ A, B, C กำกับไว้ข้างหน้างานแต่ละอย่าง  แล้วค่อยมาลองดูว่าคุณจะให้เวลากับงานนั้นๆ ขนาดไหน โดยจำนวนเวลาที่ให้ก็ควรจะเป็น A > B > C เช่น A  4 ชม. B 3 ชม. และ C 1 ชม. หากทำไปสักระยะคุณเห็นว่ามีงาน B หรือ C  ที่ยังใช้เวลามากเกินไป ให้รีบถามตัวเองเลยว่า ใช้เวลากับมันมากแล้วได้อะไรกลับมา? คุ้มไหม? เกิดประโยชน์ไหม? หากคำตอบคือ “ไม่” ให้ลองแก้ไขทันที เพราะคุณอาจกำลังเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลยก็ได้

ลองทำแบบนี้ทุกเช้า แล้วคุณจะเห็นเลยว่าตอนนี้คุณบริหารเวลาตัวเองดีแค่ไหน จากนั้นค่อยๆ ปรับให้เวลาส่วนใหญ่ไปลงกับงานเกรด A และ B แล้วธุรกิจจะไปได้ไกล

NEXT STEP

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ ผ่านการตลาด  หรือเจ้าของแบรนด์ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องการทำการตลาดและโฆษณาออนไลน์ ต้องการมีทีมงานเข้ามาช่วยดูแล ให้คำปรึกษา ติดต่อเรา เพื่อหาคำตอบว่าเราสามารถช่วยคุณได้อย่างไร หรือเรียนรู้ เกี่ยวกับเรา เพิ่มเติม

แชร์ความรู้นี้บน Social Media

ติดตามเรา ไม่พลาดความรู้ใหม่ๆ

อัพเดทความรู้ทางผ่านทางอีเมล

เพื่อประโยชน์ในการใช้งานเว็บไซต์ Pacy Media ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ รวมถึงการนำเสนอข้อมูลต่างๆ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุ้กกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมคุ้กกี้นี้เราจะไม่สามารถวัดผลและนำข้อมูลมาปรับปรุงการใช้งานเว็บไซต์และการให้บริการได้

บันทึก